Site Overlay

Greyhound Café จากแฟชั่นสู่ร้านอาหาร

Greyhound Café

  • Restaurant Story
  • >
  • Greyhound Café จากแฟชั่นสู่ร้านอาหาร

Greyhound Café ไลฟ์สไตล์คาเฟ่ ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาเพื่อส่งมอบประสบการณ์ความอร่อย

ช่วยเราแชร์ได้นะ
หมวดหมู่ : Restaurant Story
Posted Oct 22, 2020

ถ้านึกถึง Lifestyle Café ชิคๆ บรรยากาศสบายๆ อาหารอร่อยแบบไม่ซ้ำใคร ชื่อของ Greyhound Café ต้องมาเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน การเดินทางจากแบรนด์เสื้อผ้ามาสู่ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น ที่ทวิสต์เมนูธรรมดาให้มีความแตกต่างและแปลกใหม่ให้ลูกค้าได้ทั้งประสบการณ์และความอร่อย แบรนด์นี้มีแนวคิด กระบวนท่าในการบริหารแบรนด์และบริหารประสบการณ์ลูกค้าอย่างไร  จึงยังคงเสน่ห์และความเก๋ที่ครองใจลูกค้าให้กลับมาทานอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีอายุกว่า 23 ปี แต่ไม่เคยเชย เราจะมาทำความรู้จักกับ Greyhound Café หนึ่งในแบรนด์ภายใต้ กลุ่มบริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) ให้ลึกขึ้น ผ่านการเล่าเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์จากคุณแจนนี่ หรือคุณลิมลี่ ทิพพงษ์ประภาส Managing Director กลุ่มบริษัท Greyhound ซึ่งประกอบด้วย Greyhound Original, Smileyhound และ Greyhound Café

Greyhound Café จากแฟชั่น สู่ไลฟ์สไตล์คาเฟ่

เริ่มจากเมนูอาหารที่ทำรับประทานที่บ้านของกลุ่มผู้ก่อตั้ง แล้วมองว่าอยากจะแชร์ความอร่อยเหล่านี้ให้กับเพื่อนๆ และคนอื่น ซึ่งตอนเริ่มต้น ผู้ก่อตั้งในยุคนั้นยังไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจร้านอาหารเพราะทำแต่เสื้อผ้ามาตลอด จึงนำอาหารจากที่เคยผ่านตามาปรับปรุง พัฒนา มิกซ์แอนด์แมทช์ และทวิสต์กันจนมาเป็นเมนูที่ลงตัว จึงเปิดเป็น Lifestyle Café เป็นแห่งแรกๆ ของเมืองไทย เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ในชื่อ Greyhound Café ซึ่งเริ่มต้นสาขาแรกใจกลางกรุงเทพฯที่ ห้างฯ The Emporium เป็นพื้นที่ที่อยู่ข้างๆ กับร้านเสื้อผ้า Greyhound Original ซึ่งถือว่าได้รับโอกาสที่ดีจากทางห้างฯ The  Emporium โดยเมนูที่ผู้ก่อตั้งพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่วันแรกหลายๆเมนู ยังเป็นเมนูที่ขายดีมาจนถึงปัจจุบัน  ช่วงแรก ด้วยความเป็นมือใหม่ในธุรกิจอาหาร เปิดร้านได้ 3 วันแรก ก็ต้องปิดร้านเพราะไม่คาดคิดและเตรียมตัวไม่ทันว่าจะมีคนมาอุดหนุนเยอะมากจนรับมือไม่ไหว หลังจากนั้นลูกค้าก็มาอุดหนุนจนเต็มร้านอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการกล่าวขวัญจาก Fortune Magazine ว่าเป็น “The Hottest Seats in Bangkok”  ปัจจุบันภายใต้ Greyhound Café มีทั้งหมด 5 แบรนด์คือ Greyhound Café, Another Hound Café, KIN+HEY, Gai Hound และ Baan Hound ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ล่าสุด โดย Greyhound Café มี 15 สาขา Another Hound มี 3 สาขา KIN+HEY 1 สาขา และ Baan Hound 1 สาขา

Greyhound’s DNA

คุณแจนนี่เล่าว่า พวกเราในบริษัทมีแนวคิดว่า ทำอย่างไรให้ของที่เบสิคหรือสินค้าที่ปกติดูธรรมดานั้นไม่น่าเบื่อ โดยมีสโลแกนเก๋ๆว่า “Basic with a Twist” คือทำอย่างไรให้ดีขึ้น ทำอย่างไรให้สินค้าที่นำเสนอน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหารหรือเครื่องดื่ม เช่น เครื่องดื่มในช่วงแรกๆ มีการทำชามะนาวเย็น โดยนำชามะนาวเย็นมาทำเป็นน้ำแข็ง พูดง่ายๆ คือน้ำแข็งที่เป็นชาซึ่งพอน้ำแข็งละลายจะไม่เจือจางรสชาติยังคงความเป็นชามะนาวเข้มข้นเหมือนเดิม ซึ่งเป็นร้านแรกๆที่ทำแล้วเป็นที่จดจำของลูกค้า และปัจจุบันก็ยังเป็นอีกหนึ่งในเมนูที่ขายดีที่สุดของร้าน และถ้าสังเกตการตกแต่งร้านจะพบว่าทุกร้านมีแบรนด์ DNA ทีคล้ายกัน เช่นการใช้วัสดุ industrial แบบดิบๆ เช่น ชั้นเหล็ก ผนังปูน ทั้งนี้การตกแต่งร้านจะมองความเหมาะสมของแต่ละสาขามากขึ้นเรื่อยๆเพราะในแต่ที่มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน การตกแต่งร้านจึงต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เหมาะสมกับ lifestyle ของผู้คนและลูกค้าในย่านนั้น 

หัวใจสำคัญในการมัดใจลูกค้า

คุณแจนนี่เน้นว่า Consistency หรือความคงเส้นคงวาเป็นหัวใจหลักในการรักษาลูกค้าให้กลับมาทานที่ Greyhound Café อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพของอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่พยายามทำให้ดีขึ้นทุกๆ วัน การบริการหน้าร้านและหลังร้านพัฒนาให้ดีขึ้นทุกปี โดยการควบคุมคุณภาพอาหารต้องเริ่มตั้งแต่ซัพพลายเออร์ที่ส่งมอบวัตถุดิบว่าวัตถุดิบมาจากไหน มีการคัดสรรอย่างละเอียดพิถีพิถัน Raw materials’ Spec Book ของ Greyhound Café จะหนามาก โดยมีซัพพลายเออร์หลายๆ เจ้าและเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากแต่ละเจ้า วัตถุดิบหลายอย่างที่นำมาใช้ต้องมีการล็อคสเปคกันเป็นปีล่วงหน้า โดยเน้นที่ของสดเพื่อที่จะควบคุมรสชาติของอาหาร เช่น ของหวานอย่างลอดช่อง ทับทิมกรอบ ต้องใช้กะทิสด คั้นจากมะพร้าวสดเท่านั้น หรือมะนาวก็ต้องเป็นมะนาวสดเพราะมีความสำคัญในการคุมรสชาติ เช่น ถ้าใช้มะนาวขวดลูกค้าจะสัมผัสได้ทันที 

ส่วนการควบคุมคุณภาพในการปรุงอาหารของเชฟ คุณแจนนี่เล่าว่าในทุกๆ ปี จะมีเวิร์คช็อปสำหรับ Sous Chef ที่ต้องเข้ามาทดสอบการปรุงอาหารที่ครัวกลาง และในระหว่างปีมีการสุ่มเทสต์ รวมทั้งบริษัทมี SOP หรือ Standard of Operation Process เป็นคู่มือที่ทั้งเชฟและทีมงานทุกคนต้องปฏิบัติตาม โดย SOP มีทั้งของเมนูคลาสสิค และเมนูใหม่ๆ ที่มีในทุกๆ ไตรมาส ที่เป็น Limited time Offering อยู่ตลอด เชฟต้องสามารถทำตามทั้งเมนูเก่าและเมนูใหม่ให้ได้ตรงตามมาตรฐาน ต้องมาเรียนการทำอาหารที่ครัวกลางกับ Corporate Executive Chef หลังจากนั้นต้องมาทำที่หน้าร้านจะมีการเทสต์กันเองที่สาขาอีกครั้ง ก่อนที่เมนูใหม่จะเปิดขายจะมีการทำเทสต์ทุกสาขา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมาเทสต์และคอมเมนท์เพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานและคุณภาพของอาหาร ส่วนในมุมของการบริการ ทางร้านมีขั้นตอนซึ่งพนักงานที่ให้บริการลูกค้าต้องปฏิบัติเรียกว่าเป็น 17 ขั้นตอนในการให้บริการ การเสิร์ฟอาหารจะมีเวลากำหนดชัดเจนว่าหลังจากลูกค้าสั่งอาหารไม่เกินกี่นาทีจะต้องได้รับอาหาร

ไม่หยุดนิ่งเพื่อพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า

นอกจากคุณภาพอาหารแล้ว Greyhound Café ยังพัฒนาเมนูใหม่ๆ ประมาณทุกๆ 3 เดือน จะมี Seasonal Menu หรือเมนูที่ทำร่วมกับแบรนด์อื่นๆ และเมนูที่พัฒนาขึ้นมาเอง เช่นในช่วงนี้ ตั้งแต่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563 มีเมนูพิเศษ Limited Offering Menu ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของการก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า Greyhound Original โดยทุกเมนูสามารถทำเดลิเวอรี่ได้ด้วย นอกจากนั้น Greyhound ยังมีเป้าหมายที่จะเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดการพัฒนาทั้งในแง่ของอาหารและการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ในแบรนด์ DNA ของ Greyhound Café ต้องเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ตกเทรนด์ มีการคิดไว้แล้วว่าในปีต่อๆ ไป ปี 2021, 2022 สิ่งที่ลูกค้าต้องการคืออะไร Greyhound Café อยากเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา โดยการหาเทรนด์หรือความต้องการของลูกค้านั้น ส่วนหนึ่งคือการศึกษาด้วยตัวเองของทีมงานทุกคน อีกส่วนหนึ่งได้จากการสังเกต ทั้งทีมงานหลังบ้านและทีมงานหน้าร้านที่หมั่นดูความต้องการของลูกค้าเพื่อนำไปเป็น Insight รวมทั้งการศึกษาเทรนด์จากต่างประเทศ 

นอกจากนี้ Greyhound Café ยังมีระบบ CRM ที่แข็งแรงมาก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารที่มีระบบ CRM ที่ดีมากที่สุดร้านหนึ่งเลยก็ว่าได้ โดยมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นสมาชิกแอคทีฟ อยู่ประมาณ 4 หมื่นคน และกลับมาทานอาหารที่ร้านเรามากกว่าหนึ่งครั้งต่อเดือน กลุ่มลูกค้าที่เป็นสมาชิกยังมียอดการใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่สมาชิกด้วย และสมาชิกยังได้รับสิทธิพิเศษมากมาย เช่น เมนูอาหารจานฟรีทุกเดือน เดือนละ 3 จาน วันเกิดก็มีของขวัญ มีขนมเค้ก รวมทั้งรับสิทธิได้ทุกร้านในเครือ รวมทั้งปีนี้เป็นปีแรกที่เราได้เปลี่ยนพอยท์ของลูกค้าให้มีมูลค่าไปแลกสินค้าพรีเมี่ยมแลกอาหารในร้านได้อีก CRM ของ Greyhound เป็นสิ่งที่แบรนด์ทำมานานและเป็นสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบมาก เรียกว่าเป็นโปรแกรมที่สร้างความผูกพันและผูกใจลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยม

สร้างประสบการณ์เดลิเวอรี่ให้ไม่ต่างจากทานที่ร้าน

คุณแจนนี่เล่าว่า จริงๆ แล้ว Greyhound Café เริ่มต้นในการทำเดลิเวอรี่ก่อนจะมี COVID ประมาณกว่าหนึ่งปี แน่นอนว่าด้วยความเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ขายประสบการณ์ การจะเข้ามาเน้นในเรื่องเดลิเวอรี่จึงอาจช้ากว่าแบรนด์อื่นๆ แต่ด้วยเทรนด์นี้เป็นสิ่งที่เข้ามาเมืองไทยได้ระยะหนึ่งแล้ว รวมทั้งเป็นเทรนด์ของโลกที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเดลิเวอรี่มีแต่จะโตขึ้น และเป็นอีกช่องทางในการให้บริการและเข้าถึงลูกค้า ลูกค้าที่ไม่ได้มีโอกาสมานั่งทานที่ร้าน จึงคิดกันว่าทำอย่างไรให้ Greyhound Café ยังสามารถให้บริการส่งอาหารด้วยคุณภาพและประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการมาทานที่ร้านให้ได้มากที่สุด โดยทุกเมนูทำสดที่หน้าร้านถึงแม้จะมีครัวกลางในการควบคุมคุณภาพแต่ต้องมั่นใจว่าเวลาในการส่งอาหารหรือ Delivery time ต้องไม่นานจนเกินไปซึ่งเป็นจุดสำคัญในการคุมรสชาติ รวมทั้งยังมองหาโลเคชั่นสำหรับสาขาที่ไม่ใช่แค่หน้าร้านใหญ่ๆ แต่เป็นสาขาที่เป็นเดลิเวอรี่ฮับได้ด้วย ในส่วนของแพคเกจจิ้งจะเน้นใช้วัสดุที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นแบบ Environmental Friendly โดยใช้พลาสติกที่ย่อยสลายได้หรือ Biodegradable plastics  

ฝ่าวิกฤตโควิดด้วยเดลิเวอรี่

ร้านอาหารแบรนด์ดังที่อายุ 23 ปีอย่าง Greyhound Café ก็ได้รับผลกระทบจากโควิดไปเต็มๆ เช่นกัน โดยยอดขายหายไปถึง 90% แต่ยังทำได้ดีในยอดขาย 10% ที่เหลือโดยการทำเดลิเวอรี่หรือซื้อกลับไปทานที่บ้าน นอกจากนั้นยังดูแลพนักงานให้สามารถอยู่ได้โดยไม่มีการปลดพนักงานเลยเนื่องจากในช่วงปกติเป็นร้านที่ขายดี ซึ่ง Greyhound Café มีพนักงานทั้งในครัวและหน้าร้านซึ่งเป็นพนักงานประจำทั้งหมดและพนักงานค่อนข้างเยอะ พอมีโควิดร้านต้องปิดก็มีประกันสังคมเข้ามาช่วย และยังให้เงินช่วยเหลือเงินเพิ่มเติมให้พนักงานโดยเพิ่มจากเงินที่ได้รับจากประกันสังคมให้ถึง 75% ของฐานเงินเดือนเดิม ส่วนพนักงานที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้วก็ไม่มีการลดเงินเดือน ซึ่งคุณแจนนี่มองในแง่บวกว่าในช่วงโควิดหรือแม้กระทั่งในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เป็นโอกาสในการปรับประสิทธิภาพการทำงานของบริษัททั้งระบบ ทำให้มองถึงการวางแผนล่วงหน้า เช่นการมีแพลน A แพลน B ว่าจะบริหารจัดการอย่างไรในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งก่อนมีโควิดมีแผนในการพัฒนาอะไรใหม่ๆ เยอะมาก เช่น การทำสาขาที่เป็นเดลิเวอรี่ฮับแต่พอเจอโควิดซึ่งทำให้ดีมานต์ของลูกค้าไม่ชัดเจนก็ทำให้ต้องชะลอการลงทุนลงไปค่อนข้างเยอะ แต่เชื่อว่าภายหลังโควิดจบลง Greyhound จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้น และสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็คิดถึงสาขาใหม่ที่จะเปิด และอาหารหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆว่าทำอย่างไรให้ตอบโจทย์สำหรับเทรนด์ของ lifestyle อาหารและความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันและในอนาคตให้ได้มากที่สุด

เมนูเด็ดแบบทวิสต์สไตล์ Greyhound Café

มาเริ่มกันที่เมนูพิเศษกันก่อนกับ 4 เมนู Limited Time Offering สุดพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปี แบรนด์เสื้อผ้า Greyhound Original ซึ่งต้องย้ำว่าห้ามพลาดโอกาสเด็ดขาด เพราะจะมีเสิร์ฟให้ตั้งแต่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563 นี้เท่านั้น โดยใช้คอนเซ็ปต์เรื่องการ Twist ซึ่งเป็น DNA ของแบรนด์ บวกกับอินโนเวชั่น ซึ่งเป็นที่มาของแต่ละเมนูที่มีความแปลกใหม่แต่อร่อยลงตัวอย่างคาดไม่ถึง!

นาโช่น้ำตกอกเป็ด นาโช่ทอดกรอบ ดิปกับน้ำตกอกเป็ดรมควันที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน เป็นการผสมผสานระหว่างอาหารไทยกับอาหารเม็กซิกันอย่างลงตัว นอกจากน้ำตกอกเป็ดแล้ว ยังเสิร์ฟมาพร้อมกับซัลซ่ามะเขือเทศสดๆ ที่รสหวานเปรี้ยวเผ็ดนิดๆ ทานแล้วสดชื่น และอีกดิปที่เด็ดมากจนหยุดไม่ได้คือกัวคาโมเลที่ทำจากอะโวคาโดสด ซึ่งเป็นดิปโปรดที่ต้องยกนิ้วให้ทั้งรสชาติมันๆ จากอะโวคาโดและเปรี้ยวนิดๆ ใครที่ชอบอะโวคาโดจานนี้ห้ามพลาดจริงๆ   อร่อยทุกดิปจะมิกซ์ทานกับอะไรก็อร่อยแตกต่างอย่างลงตัว 

ข้าวเหนียวผัดใบยี่หร่าเนื้อริบอาย ข้าวเหนียวผัดใบยี่หร่าแค่เห็นชื่อเมนูก็ทึ่งแล้ว มีที่ไหนข้าวเหนียวผัด? แปลกแต่อร่อยจนต้องเซอร์ไพรส์ เขานำเนื้อริบอายคุณภาพดีมาทวิสต์กับข้าวเหนียว ยี่หร่าและกะเพราผัดให้หอม โรยด้วยใบยี่หร่าทอดกรอบและไข่ดาวขาวฟู ไข่แดงเยิ้มๆ น่าทาน เสิร์ฟพร้อมแตงกวาญี่ปุ่นและซุปประจำวัน เมนูนี้ต้องยกนิ้วให้เพราะทั้งสร้างสรรค์และอร่อยจนลืมไม่ลง

ซี่โครงไก่ทอดซอสบาร์บีคิวไทยๆ เป็นครั้งแรกที่มีการนำซี่โครงไก่มาทอดเสิร์ฟ ฟังชื่ออย่าเพิ่งตกใจว่าจะมีแต่กระดูก เพราะเมื่อได้ทานจริงจะรู้ว่าเนื้อไก่กำลังพอดี หนังมีกำลังพอเหมาะ นำมาทอดกรอบ คลุกกับซอสบาร์บีคิวแบบไทยๆ มากับใบมะกรูดและพริกไทยอ่อน เป็นอีกเมนูโปรดที่ท่านเล่นกันจนเพลิน แนะนำว่าต้องจัด เพราะรสชาติแบบไทยที่อร่อยไม่แพ้ไก่ทอดสไตล์เกาหลีเลย

ข้าวผัดน้ำพริกมะม่วง ข้าวสวยเรียงเม็ดร้อนๆ ผัดกับน้ำพริกมะม่วงรสเปรี้ยวกลมกล่อม คลุกเคล้ากับหมูสามชั้นคั่วเกลือ ทานคู่กับกุ้งแพทอดกรอบพร้อมไข่ยางมะตูม มะม่วงฝอย  หอมแดงและพริกขี้หนูซอย รสข้าวผัดอร่อยแบบเข้มข้นเผ็ดกำลังดี และได้กุ้งแพมาช่วยเบรกให้รสชาติเบาลงอย่างละเมียด ทานแล้วทำให้ย้อนนึกถึงกุ้งแพทอดสมัยเด็กๆ จะมีอะไรที่เหมาะกับการเป็นเมนูครบรอบ 40 ปีไปมากกว่านี้ สร้างสรรค์จริงๆ  

Top 5 เมนูซิกเนเจอร์ที่ขายดีตลอดกาล

ก๋วยเตี๋ยวห่อหมูสับ เมนูที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาล ที่เหมือนนำ DNA ของแบรนด์ในเรื่องการทวิสต์มาประยุกต์ โดยปกติก๋วยเตี๋ยวห่อหมูสับจะถูกห่อมาเรียบร้อยแล้ว แต่ร้านทำให้ลูกค้าสนุกขึ้นโดยแยกทั้งหมูสับ ทั้งน้ำจิ้ม ตัวผักและตัวเส้นแยกออกมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเอามาห่อเองได้ซึ่งสะท้อนความเป็นแบรนด์อย่างชัดเจนและลูกค้าถูกใจมาก แทบทุกโต๊ะต้องสั่ง ซึ่งเป็นตัวการันตีความเด็ด ถ้าเห็นเมนูนี้ลูกค้าบอกได้เลยว่าเป็น Greyhound Café แน่นอน

ปีกไก่ทอดน้ำปลา Greyhound Café เป็นคาเฟ่แรกๆ ที่เอาปีกไก่มาหั่นครึ่งแล้วจึงนำไปทอดเพื่อให้ลูกค้าทานง่าย กรอบ เค็ม เหมาะกับการเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือเป็นจานกลางทานเล่นด้วยกันอร่อยแบบเพลินๆ คุยไปทานไปรู้ตัวอีกทีหมดจานเสียแล้ว

สปาเก็ตตี้ผัดคอ์รนบีฟและพริกซอย เป็นสปาเก็ตตี้ผัดกับเนื้อบด ซึ่งเป็นจานที่มีเรื่องราวว่าเกิดจากความหิวกลางดึกของ
ผู้ก่อตั้ง จึงค้นพบสปาเก็ตตี้สูตรพิเศษนี้ ทั้งที่ดูเหมือนเป็นเมนูที่ดูไม่เข้ากันแต่พอนำมาปรุงแล้วเข้ากันและรสชาติอร่อย เป็นอีกเมนูที่แฟน Greyhound Café  ชื่นชอบและอยู่หนึ่งในสามเมนูหลักที่ลูกค้าสั่งตลอด สปาเก็ตตี้เส้นยาวบวกกับความเค็มของเนื้อนิดหน่อยและความเผ็ดแบบพองามเข้ากันอย่างมีสีสัน มีความเป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งลูกค้าต่างบอกว่าไปทานที่ไหนก็ไม่เหมือนทานที่ Greyhound Café

สปาเก็ตตี้ผัดเบคอน รสชาติเผ็ดร้อนนิดหน่อยเพราะผัดกับพริกแห้ง มีความผสมผสานระหว่างตะวันตกกับเอเชียที่มีความเผ็ดเข้ามาเสริมช่วยตัดความเลี่ยนได้ดี เป็นอีกหนึ่งเมนูขายดีตลอดกาล

ปูผัดข้าว ปกติเคยได้ยินแต่ข้าวผัดปูแต่ที่นี่คือปูผัดข้าวเพราะให้ปริมาณปูมากกว่าข้าว โดยให้เนื้อปูเต็มๆ 150 กรัม ตักแต่ละคำจะเจอแต่เนื้อปูเต็มไปหมด ว้าวและเต็มอิ่มกับรสชาติของปูที่เลือกมาแล้วว่าเป็นปูสดเกรดดี บีบมะนาวหน่อยใส่พริกน้ำปลานิดยิ่งอร่อย จานนี้แนะนำต้องสั่งเพราะทานกับเมนูไหนๆ ก็อร่อยเข้ากันไปหมด

ทานอาหารคาวเสร็จแล้ว ถ้าไม่ตบท้ายด้วยของหวานก็เหมือนยังทานไม่ครบสูตร มาต่อกันที่เมนูของหวานซิกเนเจอร์ของ Greyhound Café แต่ต้องย้ำก่อนว่าของหวานที่นี่ไม่เหมือนใครเพราะใช้แต่ของสดของดี จุดเด่นคือน้ำเชื่อมที่ใช้เป็นน้ำเชื่อมมะพร้าว ซึ่งทำให้รสชาติหอมละมุนละลายแล้วไม่มีจืด มาเริ่มอร่อยกับของหวานกันเลย

ทับทิมกรอบ เมนูขายดีตลอดกาล ทำจากมะพร้าวสด แห้วชิ้นเป้ง แป้งบาง ใช้น้ำมะพร้าวสดจริงๆ แถมโรยหน้ามาด้วยมะพร้าวอ่อนเป็นเส้นๆ ทานแล้วสดชื่น หอมหวานกำลังดีไม่หวานเวอร์จนเกินไป 

เครปเค้กมะพร้าว แค่เห็นหน้าตาก็หลงรักแล้ว เครปเค้กมะพร้าวชิ้นใหญ่ ตกแต่งด้วยขนมปังกรอบ Logo Smiley Hound กลุ่มเพื่อนๆสามารถแบ่งกันทานได้แบบกำลังดี เนื้อเค้กอร่อยเนียนนุ่มยิ่งได้รสของมะพร้าวอ่อนเข้ามาเสริมยิ่งเนียนนัวเข้าไปอีก

ลอดช่องสิงคโปร์ ขนมหวานแบบไทยๆ ที่เริ่มหาทานยาก แต่ยังขายดีและมีเสิร์ฟให้เสมอที่ Greyhound Café ใช้มะพร้าวสดๆ วัตถุดิบที่สดและมีคุณภาพ ตัวลอดช่องก็มีความเหนียวกำลังดี ไม่หวานจัดจนเกินไป อร่อยแบบนี้หาทานที่อื่นไม่ได้แน่นอน

บานอฟฟี่ เมนูนี้ไม่ต้องบรรยายมากรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ของที่นี่เสิร์ฟมาในขวดแก้วอย่างน่ารัก รสชาติหวานมัน ละมุนตั้งแต่คำแรกจนถึงก้นขวด จัดเต็มให้ทั้งกล้วย ครีม คาราเมล และคุ้กกี้กรอบๆ มา Greyhound Café ที่ไรเป็นต้องปิดท้ายด้วยบานอฟฟี่ทุกทีไป

ก่อนจากกันคุณแจนนี่ฝากบอกว่า Greyhound Café ไม่ได้มีเพียงเมนูดังๆ ที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ที่ร้านคิดค้นเมนูใหม่ๆ ที่ทดลองแล้วว่าอร่อยๆ มาเสิร์ฟให้ลูกค้าอยู่เสมอ เรียกว่าทุกๆ สามเดือนจะมีเมนูพิเศษออกมาเพื่อเอาใจลูกค้า ให้ได้ทานของแปลกใหม่อยู่ตลอด นอกจากนี้ แต่ละสาขาจะมีเมนูที่มีเฉพาะแต่ละสาขาด้วย เช่นก่อนช่วง COVIDที่สาขา J avenue ทองหล่อมี All day breakfast ส่วนสาขาสยามเซ็นเตอร์ซึ่งเดิมมีนักท่องเที่ยวเยอะ มีเซ็ทกลางวันอาหารไทย “Exclusive Siam”  ที่คุ้มค่า คุ้มราคามากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว รวมทั้งแซนด์วิชที่มีไส้รสชาติไทยๆ  ช่วง COVID เรายังมี set menu 390บาท ทุกๆสาขา และในอนาคตอันใกล้ที่ EmQuartier ก็จะมีเมนูให้เด็กๆ โดยเฉพาะ เพราะสาขาจะตั้งอยู่ในชั้นที่มีสวนสนุกของเด็ก เชิญชวนเด็กให้เข้ามาสนุกต่อในร้านได้ด้วย เพราะแต่ละสาขาก็จะมองฐานลูกค้าเป็นหลัก จึงมีความตั้งใจที่จะ สรรหา เมนูให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าจริงๆ 

ถึงแบรนด์จะมีอายุ 23 ปีแล้วแต่ Greyhound Café มีการพัฒนาต่อยอดอย่างไม่หยุดนิ่ง  คุณแจนนี่เล่าต่อว่า Greyhound Café เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มองไปข้างหน้าถึงปี 2021-2022 แล้วว่าเทรนด์ร้านอาหารต้องพัฒนาไปอย่างไร จะสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้ลูกค้าได้อย่างไร รวมทั้งกำลังจะมีสาขาใหม่ที่ทั้งที่ The Mall งามวงศ์วาน  Central Festival Eastville และสาขาที่สองใน Central ลาดพร้าว และลูกค้าก็สามารถสั่งเดลิเวอรี่ผ่าน Robinhood ได้เลย เพราะทุกเมนูที่ Greyhound Café สามารถทำเดลิเวอรี่ได้หมด ทั้งของคาวของหวาน และทางร้านการันตีความอร่อยไม่ว่าทานที่บ้านหรือทานที่ร้าน ด้วยความตั้งใจเต็มที่ที่จะให้ได้รสชาติและประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกัน ใครยังไม่มีแอป Robinhood ดาวน์โหลดเลย แล้วสั่งความอร่อยกับหลายหลากเมนูทั้งเมนูเก่าและเมนูพิเศษจาก Greyhound Café ได้ง่ายๆ โดยไม่มีบวกค่าอาหารเพิ่ม 

445

Katsuya