Site Overlay

“ดงบุริ” อาหารมื้อง่ายๆ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ ​

  • >
  • “ดงบุริ” อาหารมื้อง่ายๆ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ ​

“ดงบุริ” อาหารมื้อง่ายๆ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์

ช่วยเราแชร์ได้นะ
หมวดหมู่ : Food Tips
Posted Oct 22, 2020

เที่ยงนี้กินอะไรดี? คำถามง่ายๆ แต่หลายครั้งก็ทำเอาผู้ตอบต้องคิดหนัก เพราะเมนูที่มีอยู่ในหัวนั้นเริ่มซ้ำ เมนูใหม่ก็ยังคิดไม่ออก ใครที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ ลองเปลี่ยนมื้อจำเจมาเป็นมื้อแปลกใหม่แต่เรียบง่ายกันดู โดยเมนูที่น่าสนใจและอยากจะแนะนำก็คือ “ดงบุริ” อาหารจานเดียวในสไตล์ญี่ปุ่นแบบอิ่มกำลังดี แถมอร่อย และมีประโยชน์ด้วย

ดงบุริ หรือ ดมบุริ ( Donburi, Domburi) เป็นคำที่คนญี่ปุ่นใช้เรียก ถ้วย หรือ ชามก้นลึก อาจทำจากไม้ เซรามิก หรือดินเผา จะมีฝาปิดหรือไม่มีก็ได้ แต่ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในชื่อของอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟมาในชาม ด้านล่างเป็นข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ด้านบนโปะด้วยกับข้าว ซึ่งมักจะเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ดงบุริจึงมีความหลากหลายในเรื่องของหน้าหรือท็อปปิ้งที่โปะอยู่ด้านบน จนเกิดการเรียกดงบุริ (Donburi) แตกต่างกันไปตามชื่อของหน้าต่างๆ แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกเมนู “ดงบุริ” จะมีคำว่า “ด้ง” (Don) ต่อท้าย เช่น Unadon (ข้าวหน้าปลาไหล), Oyakodon (ข้าวหน้าไก่และไข่), Katsudon (ข้าวหน้าหมูชุบแป้งทอด), Tendon (ข้าวหน้าเทมปุระ), Gyudon (ข้าวหน้าเนื้อ) เป็นต้น

ปัจจุบันดงบุริมีหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน มีการใช้วัตถุดิบที่หลากหลายขึ้น รวมถึงใส่ความคิดสร้างสรรค์เพิ่มเติมเข้าไป จนเกิดรสสัมผัสใหม่ๆ ที่มีความซับซ้อนและสนุกกับการได้รับประทานมากขึ้น หลายร้านมีการตกแต่งหน้าดงบุริแบบจัดเต็มด้วยปริมาณของท็อปปิ้งจนล้นหรือพูนออกมานอกชาม ชวนให้อยากถ่ายรูปแชร์ให้คนรู้จักได้มาลิ้มลองบ้าง

ประเทศไทยเองก็มีร้านดงบุริอยู่จำนวนไม่น้อย บางเมนูหาทานที่ญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะแต่ละร้านก็มักจะมีดงบุริหน้าพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองเพิ่มเติมขึ้นมาจากเมนูปกติ หากจะนับหน้าดงบุริทั้งหมดที่มีอยู่แบบไม่ซ้ำกรรมวิธี และสไตล์การสร้างสรรค์ ก็คงจะมีดงบุริเป็นพันๆ หน้าทีเดียว ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของดงบุริที่ทำให้คนกินไม่รู้สึกเบื่อ เพราะได้กินอาหารที่หลากหลายทั้งรสชาติและหน้าตาตามไปด้วย

สำหรับที่มาของของดงบุรินั้น บางแหล่งกล่าวไว้ว่ามีที่มาจากชื่อภาชนะใส่อาหารของชนชั้นสูงที่นำเข้ามาจากกรุงธนบุรี คนญี่ปุ่นจึงเรียกอาหารที่เสิร์ฟมาในชามนี้ว่า “ธนบุรี” แต่เพี้ยนไปตามสำเนียงญี่ปุ่นจนกลายเป็น “ดมบุริ” หรือ “ดงบุริ”  ซึ่งที่มานี้ได้มีนักวิชาการแย้งว่า ดงบุริเป็นอาหารที่ไม่ได้แตกต่างไปจากวัฒนธรรมการกินของคนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ดังนั้นดงบุริจึงน่าจะมีมาก่อนสมัยกรุงธนบุรีของไทย ซึ่งอาจจะเป็นยุคเอโดะ หรืออาจจะก่อนศตวรรษที่ 17 ก็เป็นได้ รวมถึงในสมัยกรุงธนบุรีเอง ชาวต่างชาติที่มาติดต่อซื้อขายกับไทยในช่วงนั้น ก็ไม่ได้เรียกประเทศไทยว่า “ธนบุรี” จึงเป็นไปได้ยากที่ “ดงบุริ” จะเพี้ยนมาจากคำว่า “ธนบุรี”

แม้ว่ากำเนิดของ “ดงบุริ” จะมีที่มาไม่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ เมื่อชาวญี่ปุ่นรับวัฒนธรรมการกินจากชนชาติต่างๆ เข้ามาแล้ว ก็จะนำมาผสมผสานและปรับให้เข้ากับท้องถิ่นของตนเองจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะขึ้น สำหรับดงบุริที่ชาวอาทิตย์อุทัยนิยมรับประทานกันมากเป็นหน้าแรกๆ ก็คือหน้าปลาไหลญี่ปุ่น เพราะเป็นวัตถุดิบในประเทศที่หาทานได้ง่าย มีรสชาติดี แถมมีคุณค่าทางอาหารสูง ประกอบกับคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า การทานปลาไหลจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่อ่อนเพลียจากอากาศที่ร้อน ถึงขนาดจัดเทศกาลกินปลาไหลขึ้นทุกปีในช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

“ดงบุริ” เป็นเมนูที่หาทานได้ไม่ยาก ใครที่อยากลองรสชาติความอร่อยแบบไม่ซ้ำหน้า ก็สามารถหาทานได้ตามร้านอาหารญี่ปุ่นแทบทุกร้าน หรือจะสั่งเดลิเวอรี่มาทานก็สะดวกไม่น้อย อยากสั่งหน้าไหน เมื่อไหร่ ก็กดมือถือสั่งผ่านแอปได้ทันที เพราะสมัยนี้จะอยู่บ้านหรืออยู่ที่ไหน ก็หาของอร่อยๆ กินได้ไม่ยากเลย

อ้างอิง
https://www.marumura.com/donburi/
https://thestandard.co/donburi-tokyo/
ป้ายกำกับ
338

Fuku Matcha

KOI The

Kamu