Site Overlay

รสดีเด็ด บ้านคุณนพ รวมยอดเมนูสุดปังของคนรักเนื้อ​

รสดีเด็ด

  • Featured Story Second
  • >
  • รสดีเด็ด บ้านคุณนพ รวมยอดเมนูสุดปังของคนรักเนื้อ​

รสดีเด็ด บ้านคุณนพ รวมยอดเมนูสุดปังของคนรักเนื้อ

ช่วยเราแชร์ได้นะ
หมวดหมู่ : Restaurant Story
Posted Oct 22, 2020

ถ้าให้นึกถึงหนึ่งในร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในตำนาน ที่น้ำซุปหอมเนื้อเตะจมูก รสชาติกลมกล่อมเข้มข้นจนแทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม เนื้อสดคุณภาพที่สไลด์มาแบบพอดิบพอดีไม่ผ่านการหมักจึงให้รสชาติเนื้ออร่อยอย่างธรรมชาติ ร้านที่คนไทยทุกเจนต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เพราะอยู่คู่เมืองไทย เอาใจคอเนื้อมากว่า 50 ปี ต้องมีชื่อ “รสดีเด็ด” ยืนหนึ่งอย่างแน่นอน วันนี้จะพาย้อนเวลากลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นและพัฒนาการของร้านรสดีเด็ด ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และคุณภาพดั้งเดิมไว้ แต่เพิ่มเติมเมนูความอร่อยเพื่อเอาใจสายเนื้ออย่างสร้างสรรค์ โดยการบอกเล่าของคุณนพ สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ทายาทรุ่นสอง เจ้าของร้านรสดีเด็ด บ้านคุณนพ ที่เรียกว่าเป็นกูรูด้านเนื้อและมีพรสวรรค์ในการคิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆ และเบรนด์เข้ากับอัตลักษณ์ดั้งเดิมได้อย่างลงตัว

ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

คุณนพเล่าว่าเมื่อก่อนคุณพ่อของคุณนพซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งร้านเป็นทหาร พอกลับมาจากเกาหลีก็มาเปิดร้านอาหารที่ถนนท่าพระจันทร์ โดยเริ่มแรกขายสุกี้ยากี้ แกงกะหรี่และสตู เปิดได้ไม่กี่เดือนก็ปิดตัวไป ต่อมาไปเปิดร้านใหม่ที่สะพานควายจึงเริ่มขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อและใช้ชื่อร้านรสดีเด็ดตั้งแต่ปี 1965 ซึ่งถ้านับถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ช่วงที่ย้ายไปสะพานควายเป็นช่วงที่เริ่มมีชื่อเสียง เนื่องจากสมัยนั้นร้านอาหารอื่นๆ ปิดประมาณหนึ่งทุ่ม แต่คุณพ่อคุณนพขายถึงสี่ทุ่ม จึงได้ลูกค้ากลุ่มที่กลับดึก ซึ่งคุณนพเล่าว่าเป็นเรื่องที่คุณพ่อย้ำมากเรื่องเวลาถ้าบอกลูกค้าว่าปิดสี่ทุ่มก็ต้องปิดสี่ทุ่มจะปิดก่อนเวลาไม่ได้ ต่อมาย้ายจากที่สะพานควายมาที่สยามสแควร์ตรงข้ามโรงหนังลิโด้ พอย้ายไปที่สยามสแควร์ก็เริ่มดังเพราะเป็นย่านท่องเที่ยว ย่านแฟชั่น หลังจากสยามสแควร์ก็ไปเปิดสาขาเพิ่มที่สีลมซึ่งตอนนั้นคุณนพเกิดแล้ว ต่อมาก็เปิดที่ราชประสงค์ตรงข้ามไทยไดมารู ปัจจุบันจุดที่เคยเป็นรสดีเด็ดก็คือ Central World นั่นเอง คุณนพเล่าถึงที่มาของก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดที่มีน้อยคนจะรู้ว่า คุณพ่อได้สูตรจากร้านก๋วยเตี๋ยววัดดงมูลเหล็กซึ่งเป็นเจ้าดังเจ้าแรกในตอนนั้นที่คิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา เป็นร้านที่คุณพ่อคุณนพชอบทานเพราะอร่อย จึงนำสูตรมาทำบ้าง คุณนพกล่าวว่าไม่ว่าจะไปออกรายการไหนก็จะบอกเรื่องนี้เพราะถือว่าให้เครดิตแด่ครูผู้ให้วิชา และได้เล่าต่อถึงที่มาของชื่อร้านรสดีเด็ดว่า สมัยก่อนมีร้านชื่อรสเด็ดอยู่ตรงพหลโยธิน และอีกร้านคือร้านดีเด็ดอยู่ตรงสะพานควาย คุณพ่อคุณนพมาเปิดหลังสองร้านนี้ประมาณ 15 ปี ก็เลยนำสองชื่อมารวมกันเป็นชื่อ “รสดีเด็ด” ด้วยความที่คุณพ่อเลือกโลเคชั่นร้านได้ดี ทั้งสยามสแควร์ ราชประสงค์ สีสม ร้านจึงดังขึ้นมากว่าร้านอื่นที่เปิดก่อนหน้า  พอธุรกิจส่งต่อถึงรุ่นลูก รุ่นหลานก็มีการเปิดสาขาของลูก หลานแต่ละคน ซึ่งยังคงรสชาติออริจินอลไว้ แต่เริ่มขยายไลน์อาหารมากขึ้นเพื่อให้ทันกับยุคสมัยและความต้องการของลูกค้า

ความพิเศษของรสดีเด็ด บ้านคุณนพ

ร้านรสดีเด็ดบ้านคุณนพ เป็นความตั้งใจที่จะสานต่อตำนานของรสดีเด็ด ที่อยากให้ทุกคนมีภาพจำว่ารสดีเด็ดเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่เมืองไทย เป็นร้านอาหารที่เด่นเรื่องเนื้อวัว และอยากให้ทุกคนมีภาพจำว่าผู้ก่อตั้งซึ่งคือคุณพ่อ เมื่อเดินเข้ามาในร้านจะเห็นรูปคุณพ่อก่อน และอาหารที่นี่จะมีเมนูลับอยู่สามอย่าง ซึ่งเป็นเมนูที่คุณพ่อขายตั้งแต่ก่อนจะเป็นรสดีเด็ด คือสุกี้ยากี้ แกงกะหรี่ และสตู ร้านรสดีเด็ด บ้านคุณนพจึงนำเมนูเหล่านี้มาขาย แต่ยังต้องการให้ลูกค้ายังมีภาพจำของความเป็นรสดีเด็ดอยู่โดยยังมีก๋วยเตี๋ยวเป็นพระเอกเหมือนเดิมแต่อัพเกรดขึ้นมาใส่ความพิถีพิถันขึ้น และใช้เทคโนโลยีในการทำอาหารเพิ่มเข้ามาเพื่อให้รสชาติดีขึ้น ร้านเปิดตัวในวันวาเลนไทน์ เมื่อ 14 กุมภาพันธ์  2563 ที่ผ่านมา ในช่วงก่อนที่วิกฤตโควิดจะทวีความรุนแรงเพียงไม่นาน ซึ่งตอนนั้นคุณนพกำลังโปรโมทเมนูของร้าน ร้านขายดีและโด่งดังในโซเชียลมีเดีย ลูกค้าตอบรับดีมาก เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่พรีเมี่ยมขึ้น มีการปรับเมนูให้ร่วมสมัย ลูกค้าเข้ามาเช็คอินเยอะเพราะร้านสวยผสมผสานทั้งความคลาสสิคแบบโบราณและความทันสมัย ภาชนะที่ใช้ก็เลือกใช้ศิลาดล จากสุโขทัย คือมีความร่วมสมัยและทันสมัยภายในร้านเดียว เรียกว่าเปิดตัวอย่างสวยงามเพราะตอบโจทย์ทั้งเมนูอาหารร่วมสมัยและบรรยากาศในร้านที่สวยงามเหมาะกับการถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย

ร้านรสดีเด็ดบ้านคุณนพและสาขาอื่นๆ ในเครือ ไม่มีเชฟ โดยคุณนพเป็นผู้คิดค้นสูตรอาหารของตัวเองขึ้นมาทั้งหมด หลายคนสงสัยว่าคุณนพไปเรียนทำอาหารที่ไหน แต่จริงๆ แล้วเกิดจากการที่เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำอาหารตั้งแต่เด็กจึงซึมซับวิธีการทำอาหารเรื่อยมา ทำได้เองโดยที่ไม่เคยเรียนเรื่องอาหารจากสถาบันไหนเลย คุณนพเล่าอย่างติดตลกถึงสกิลในการทำอาหารทั้งที่ไม่เคยเรียนมาว่า มีวันหนึ่งคุณแม่ให้ใส่ผงพริกไทยในหม้อที่กำลังปรุงอาหาร แต่คุณนพใส่ผงพะโล้แทนเลยโดนคุณแม่เอาทัพพีเคาะหัว จึงคิดว่าคงเป็นครั้งนั้นที่สวรรค์ได้ส่งพรสวรรค์ในการทำอาหารให้เขา

ส่วนราคาโดยเฉพาะในช่วงวิกฤตต้องคิดแทนลูกค้าว่าต้องเป็นราคาที่จ่ายได้ไม่แพงจนเกินไป ในขณะเดียวกันก็ต้องให้เกียรติลูกค้าที่มีความสามารถในการจ่ายมากขึ้น จึงจะมีของที่พรีเมี่ยมขึ้นให้ลูกค้ากลุ่มนั้นเป็นทางเลือกด้วย ทำให้สามารถรักษาลูกค้าไว้ได้ทั้งสองกลุ่ม

ตอนนี้รสดีเด็ดบายคุณนพ มีทั้งหมด 5 สาขา คือรสดีเด็ดบ้านคุณนพ รสดีเด็ดสามย่าน รสดีเด็ดปิ้งย่าง รสดีเด็ดสเต็กเฮาส์ และรสดีเด็ดเฉลิมพระเกียรติ

คัดสรรแหล่งวัตถุดิบชั้นดีส่งตรงจากเกษตรกรไทย

คุณนพย้ำว่าวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในร้านมาจากเกษตรกรไทย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวที่เลี้ยงโดยเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวจากบุรีรัมย์ โดยเนื้อไทยมีคุณภาพไม่แพ้ต่างประเทศ เนื้อไทยมีรสชาติดีเนื่องจากอาหารที่วัวกินมีความอุดมสมบูรณ์ และมีไขมันแทรกน้อยกว่าเนื้อญี่ปุ่นที่ไขมันเยอะกว่าซึ่งทานมากแล้วเลี่ยน เนื้อที่ใช้ในก๋วยเตี๋ยวใช้ระบบ farm contact ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแต่เป็นสัญญาใจระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวกับเจ้าของร้านอาหาร โดยวัวที่เลือกใช้เป็นวัวลูกผสมแองกัสของบริษัท Smile Beef พอมาทำงานด้วยกัน จึงมีการสร้างระบบเป็นรูปสามเหลี่ยม คือร้านอาหาร (ผู้บริโภค) ซึ่งนำ Feedback เรื่องรสชาติและคุณภาพของเนื้อส่งให้เกษตรกร โดยเกษตรกรจะรับโจทย์ตรงนี้ผ่านนักวิชาการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องโคเนื้อระดับต้นๆ ของไทย จึงทำงานร่วมกันตั้งแต่การเลือกว่าวัวต้องมีพันธุกรรมอย่างไร ต้องใช้สูตรอาหารแบบไหน เลี้ยงแบบไหน รวมทั้งระยะเวลาในการเลี้ยงที่ต้องให้ค่าตอบแทนเกษตรกรอย่างเพียงพอ จะตัดพ่อค้าคนกลางออก ร้านอาหารซื้อตรงกับเกษตรกร ทำให้ได้วัตถุดิบในราคาที่ประหยัดขึ้นจึงสามารถทำเป็นสเต็กคุณภาพดีที่ราคาจับต้องได้ ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบให้เกษตรกรและร้านอาหารรายอื่นๆ ทำตาม

ผักใบเขียวต่างๆ ที่ใช้ก็สั่งตรงจากเกษตรกรที่ปลูกผักแบบไร้สารเคมีส่งให้ทางร้านโดยตรง วัตถุดิบทุกอย่างเป็นของไทย แต่ปรับเปลี่ยนสไตล์การทำอาหารระหว่างวัตถุดิบไทยกับการทำอาหารแบบญี่ปุ่นและจีนผสมผสานเข้าไปในเมนู เช่น แฮมเบิร์ก ที่หน้าตาดูเป็นญี่ปุ่นแต่ใช้เครื่องแกงกะหรี่ของไทยคือของง่วนสูน ตรามือที่ 1 ซึ่งมีเครื่องแกงอีกเกรดที่เป็นเกรดส่งออกมาใช้ 

น้ำปลาที่นี่ก็ใช้แบบพิเศษจริงๆ คุณนพเล่าว่ามีโรงงานน้ำปลาท่านหนึ่งมีพระคุณกับรสดีเด็ดมากเพราะช่วยผลิตน้ำปลาที่ปรุงขึ้นมาเฉพาะรสดีเด็ดเท่านั้นเป็นน้ำปลาที่หอมกว่าปกติเพราะบ่มนานกว่าน้ำปลาทั่วไป มีความเข้มข้นมากกว่า ซึ่งทำให้ก๋วยเตี๋ยวของร้านมีรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น แค่เทใส่ก็ใช้ได้ทันที

สำหรับน้ำส้มพริกขี้หนูรสเผ็ดสำหรับปรุงก๋วยเตี๋ยวก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของรสดีเด็ด คุณนพเล่าว่ารสดีเด็ดเลือกใช้พริกที่แตกต่าง คือใช้พริกขี้หนูสวนคุณภาพดี เม็ดเล็กจากทางใต้โดยให้เกษตรกรที่ชุมพรปลูกแบบไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำส้มมีความเผ็ดโดยไม่ได้มีทริกอะไรเพียงแค่ใช้พริกอย่างดีในน้ำส้มหมักธรรมชาติมาผสมกัน  แม้กระทั่งพริกอิซึมิขวดสีแดงๆ ที่ใช้โรยในอาหารญี่ปุ่น ก็สร้างพริกอิซึมิขึ้นมาเองโดยใช้พริกของไทยทั้งหมดซึ่งโรยเพียงเล็กน้อยก็เผ็ดอร่อยกว่าอิซึมิของญี่ปุ่นที่มีราคาแพงกว่ามากและเผ็ดน้อยกว่า

เมนูเด็ดเอาใจสายเนื้อ คุณภาพพรีเมี่ยมในราคาเอื้อมถึง

รสดีเด็ดวันนี้มีดีมากกว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อระดับตำนาน วันนี้จะมาแนะนำเมนูเนื้อระดับคุณภาพที่เด็ดทั้งตัวเนื้อชั้นดีและรสชาติที่คิดค้นสูตรมาเป็นพิเศษให้สายเนื้อได้ฟิน

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวที่รสดีเด็ดบ้านคุณนพจะแตกต่างคือหน้าตาการตกแต่งจะออกแนวญี่ปุ่นแต่วัตถุดิบและรสชาติยังคงความเป็นรสดีเด็ดเอาไว้ครบถ้วน ตกแต่งมาสวยงามน่าทานด้วยต้นอ่อนทานตะวัน น้ำซุปยังหอมกลิ่นน้ำปลาปรุงพิเศษแทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม เนื้อสไลด์ชิ้นกำลังพอเหมาะลวกมาสุกกำลังดีหอมนุ่มด้วยกลิ่นเนื้อชั้นดีที่ไม่ผ่านการหมักใดๆ  

อาบน้ำเนื้อ อีกเมนูที่พลาดไม่ได้และสร้างชื่อเสียงให้ร้าน เนื้อติดมันกำลังดี ผ่านเทคนิคในการลวกแบบพิเศษที่ไม่ทำให้ไขมันหลุดไปกับน้ำ โดยวิธีการให้เนื้อปรับอุณหภูมิไปอย่างช้าๆ โดยเข้ากับน้ำซุปโดยเนื้อไม่เกิดความกระด้างขึ้นมาเลย ทำให้เนื้อยังคงความนุ่มและรักษาไขมันเอาไว้ได้ เนื้อมาแบบไม่ปรุงรสชาติใดๆ เพื่อให้ได้รสชาติเนื้อแท้ๆ ที่อร่อยตามธรรมชาติอยู่แล้ว สั่งมาเปล่าๆ จะทานคู่กับอะไรก็ได้ แต่แนะนำให้ทานที่ทางร้านลวกมาให้แบบนี้เลย เพราะการใส่เส้นหรืออย่างอื่นเข้าไปจะไปกวนรสชาติเนื้อ

ราเมงเนื้อสามชั้นตุ๋นเบิร์นไฟ เส้นราเมงสไตล์ญี่ปุ่นที่ถูกท็อปปิ้งมาด้วยเนื้อบริสเก็ต เนื้อสามชั้น จากโคพันธุ์ลูกผสมแองกัส เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ดองน้ำปลา และเต็มความน่ารักน่าทานด้วยต้นอ่อนทานตะวัน หน้าตาดูเป็นญี่ปุ่นแต่วัตถุดิบเป็นของไทยล้วนๆ เนื้อหอมนุ่มจาการเบิร์นไฟเข้ากันกับเส้นราเมงอย่างลงตัว

ชุดแฮมเบิร์ก #กะหรี่ดีเด็ด อีกเมนูเด็ดขายดีและเป็นเมนูดึงลูกค้าซึ่งคุณนพใช้เวลาพัฒนาสูตร 15 วัน เป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบทุกอย่างเป็นของไทยแต่กลิ่นอายเหมือนญี่ปุ่น โดยใช้เนื้อชั้นดีปริมาณ 200 กรัม มาพร้อมกับเครื่องเคียง ผักดองและน้ำราดแกงกะหรี่ชั้นยอดของไทย เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นอีกถ้วยเต็มๆ อร่อยในราคาจับต้องได้แค่ 99 บาท ต้องบอกว่าคนญี่ปุ่นเองมาทานยังติดใจและยังขอซื้อสูตรอีกด้วย

ข้าวกะเพราเนื้อ ราคาเริ่มต้นที่ 95 บาท เป็นอีกเมนูสร้างชื่อของรสดีเด็ดบ้านคุณนพ ลูกค้าสามารถเลือกเนื้อได้ตามความชอบและกำลังทรัพย์ มีทั้งกะเพราเนื้อน่องลาย  กะเพราเนื้อตุ๋น กะเพราเนื้อ Dry-Aged หรือกะเพราะเนื้อวากิว โดยใช้เนื้อจากโคลูกผสมแองกัสเช่นกัน เป็นกะเพราแท้ๆ สูตรดั้งเดิมที่ไม่มีการใส่ถั่วฝักยาวหรือผักอื่นๆ ให้กวนใจ ใส่เนื้อล้วนๆ ผัดกับใบกะเพราออกมาแห้งน่าทาน เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ดาวเป็ดที่ทอดมาอย่างสวยงาม ขอบไข่ขาวกรอบเด้ง แต่ไข่แดงยังฉ่ำไม่แห้ง

ปรับตัวได้ไว วางแผนดี วิธีรับมือโควิด

คุณนพเล่าว่าเขาปรับตัวรับสถานการณ์โควิดได้ไวมาก พอรัฐบาลแถลงข่าวปิดร้านอาหารช่วงบ่ายๆ พอ 5 โมงเย็นวันนั้นคุณนพเปลี่ยนนโยบายปรับรูปแบบร้านเป็นเดลิเวอรี่และสั่งกลับบ้านทันทีในสามชั่วโมง และวางแผน 1 คืน ก็โพสต์ลงโซเชียลมีเดียว่าร้านปรับเปลี่ยนรูปแบบอาหารทุกสาขาให้เป็นเดลิเวอรี่ คุณนพเล่าว่าจริงๆ แล้วร้านเตรียมพร้อมเรื่องความสะอาดก่อนมีโควิดเสียอีกเพราะหน้าร้านจะมีอ่างล้างมือ นอกจากปรับตัวให้เป็นเดลิเวอรี่อย่างเดียวไม่พอ ต้องคิดต่อว่าจะดูแลลูกน้องอย่างไร เพราะมีพนักงานค่อนข้างเยอะ แต่รสดีเด็ดไม่ปลดพนักงานออกแม้แต่คนเดียว คุณนพใช้วิธีขอกำไรน้อยๆ แต่ขายได้เยอะๆ เพื่อให้มีเงินเพียงพอในการดูแลพนักงาน เช่น ร้านสเต็กเฮาส์เอา cost อาหารขึ้นมาตั้ง โดยดัน cost อาหารเดลิเวอรี่ไปสูงสุดที่ 80% หมายความว่าถ้าลูกค้าไปซื้อเนื้อที่ตลาดราคา 1000 บาท มาปรุงเองก็เปลี่ยนมาซื้ออาหารที่รสดีเด็ดไปทานในราคาต่างกันนิดเดียว คือร้านขอกำไรแค่ 20% ลดราคาอาหารลงมาให้คนรู้สึกว่าคุ้ม  จัดอาหารเซ็ทต่างๆ ปรับเมนูให้กระชับขึ้น  ลูกค้าก็หันกลับมาเพราะตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี และตอนนั้นรสดีเด็ดบ้านคุณนพยังเป็นร้านใหม่ไม่มีฐานลูกค้าของตัวเอง ช่วงโควิดเลยปรับเปลี่ยนร้านให้เป็นครัวกลาง มีเมนูคุณภาพราคาเบา ๆ เช่นสุกี้เนื้อราคา 140 บาท น้ำหนักเกือบสองกิโล ซึ่งได้กำไลแค่ถุงละ 20 บาท กำไรเพียงแค่พอเลี้ยงลูกน้องได้ แม้กระทั่ง เพจ Drama-Addict ยังเอาไปลงว่าร้านนี้ช่วยประชาชนจริงๆ ซึ่งตอนนั้นขายดีมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้วันละ 300 ชุดมากมาย มีคนตามหมู่บ้านต่างๆ มา ซื้อจำนวนมากๆ แล้วนำไปขายต่อบวกกำไรนิดหน่อย คุณนพกล่าวว่าช่วงวิกฤตความไวและไอเดียเป็นสิ่งสำคัญมาก

ในเรื่องของการสื่อสารกับลูกน้องในร้าน คุณนพมองเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เดือนธันวาคมแล้วตั้งแต่ทราบสถานการณ์ที่อู่ฮั่น จึงสั่งลูกน้องว่าห้ามออก ห้ามเข้า คือคนนอกห้ามเข้ามา คนในอย่าออกไปไหนถ้าไปไล่ออก มีการประชุมบ่อยขึ้นและเน้นเรื่องความสะอาดก่อนการประกาศล็อคดาวน์เสียอีก  และการที่รักษาพนักงานไว้ทั้งหมดทำให้ “ปิดได้ smooth และเปิดได้ smart” เพราะว่าร้านมีลูกน้องครบ พอรัฐให้เปิดก็เปิดร้านได้ทันที เนื้อดีๆ มีเก็บไว้พอเปิดปุ๊บก็มีของขายทันที

รสดีเด็ดเดินหน้าเพื่อการส่งออก

คุณนพมองว่าในปีหน้าอาหารจะขาดแคลนทั้งโลกซึ่งเป็นโอกาสของคนไทยที่โชคดีเพราะอยู่ในพื้นที่ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ สามารถเป็นครัวโลกได้ เขาเตรียมสร้างโรงงานแปรรูปเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นโอกาสของไทยที่จะผลักดันเนื้อวัวไทยไปสู่ตลาดโลก ผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่ยอมรับของต่างชาติ โดยจะมีทั้งอาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง พาสเจอร์ไรซ์ และไส้กรอกต่างๆ ซึ่งจะเป็นไลน์เนื้อทั้งหมด ส่วนเมนูที่เตรียมไปขายที่ญี่ปุ่นมี ผัดกะเพรา แกงเขียวหวาน ผัดพริกแกงและก๋วยเตี๋ยว และเมื่อครัวกลางและระบบหลังบ้านเสร็จเรียบร้อย รวมทั้งเศรษฐกิจดีขึ้นก็จะขยายสาขารสดีเด็ดบายคุณนพเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากการวางแผนเพื่อการส่งออก ตอนนี้ยังมีสาขาที่ต่างประเทศที่เป็นแฟรนไชน์ทั้งหมด 4 ประเทศ ที่เปิดแล้วคือมาเลเซีย ส่วน ฟิลิปปินส์ ลาวและอินโดนีเซีย ซึ่งเสร็จแล้วแต่ยังไปไม่ได้ต้องรอเปิดประเทศก่อน

นอกจากนั้น คุณนพยังมีแผนในการใช้พื้นที่ร้านให้คุ้มค่าที่สุด เมื่อราคาค่าเช่าต่อตารางเมตรถูกลงเพราะใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า ลูกค้าก็จะได้ทานอาหารที่ถูกลงด้วย เนื่องจากรสดีเด็ดบ้านคุณนพเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่มี 4 ชั้น ชั้นหนึ่งมีพื้นที่ประมาณ 200 ตารางเมตร จึงวางแผนว่าจะทำร้านสไตล์ญี่ปุ่นคือ 4 ชั้น 4 ร้าน 4 สไตล์ ซึ่งจริงๆ คือ 5 ร้านอาหาร เพราะกำลังจะนำไอศกรีมจากฮอกไกโดมาขายที่ชั้น 1 ชั้นเดียวกับรสดีเด็ด โดยตั้งชื่อร้านว่า 4 Elements  ชั้น 1 เป็นก๋วยเตี๋ยวและไอศกรีม ชั้น 4 เป็นแจ๊สบาร์แบบ roof top  ชั้น 3 จะเป็นอิซากาย่า ธีมส์งานวัดญี่ปุ่นบรรยากาศสนุกๆ ส่วนชั้น 2 เป็น Hot pot

ไม่ว่าร้านรสดีเด็ดจะพัฒนาต่อยอดไปไกลขนาดไหน คุณนพกล่าวว่าสิ่งสำคัญสุดคือการรักษาชื่อเสียงความเป็นรสดีเด็ดที่รุ่นคุณพ่อ คุณแม่สร้างมาต้องยังคงอยู่เป็นภาพจำอย่างดีที่สุด โดยคุณภาพ รสชาติ ราคา รูปแบบอาหาร ทำยังไงให้คนจำ ทำยังไงให้คงอยู่ตั้งแต่รุ่นพ่อ มารุ่นลูกและส่งต่อไปยังรุ่นหลานต่อไป อยู่คู่คนไทยและเป็นที่รู้จักไปยังต่างแดน เพิ่มคุณค่าให้ลูกค้าและเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์  ซึ่งเคล็ดไม่ลับในการทำธุรกิจให้ยืนยาวคือต้องรักในธุรกิจที่ทำ

สำหรับสายเนื้อที่อยากลิ้มรสความอร่อยกับเมนูเนื้อวัวชั้นดี รสชาติชั้นเยี่ยมของรสดีเด็ดบ้านคุณนพ สามารถสั่งผ่านแอป Robinhood ได้เลย โดยจ่ายค่าอาหารและค่าส่งตามจริงไม่มีบวกเพิ่ม แต่สายหมูก็ไม่ต้องเสียใจไปเพราะรสดีเด็ดบ้านคุณนพก็มีเมนูหมูพร้อมส่งหลากหลายเมนู ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมู หมูสะเต๊ะ สุกี้ยากี้หมู ผัดกะเพราหมูคุโรบูตะ แฮมเบิร์กหมู และสเต็กสันในหมู เรียกว่าไม่ว่าจะคอเนื้อหรือคอหมู ก็อิ่มอร่อยแบบพรีเมี่ยมในราคาที่จับต้องได้ที่ร้านรสดีเด็ดบ้านคุณนพได้ทั้งคู่ แล้วพบกันที่แอป Robinhood

ป้ายกำกับ
188

Fuku Matcha

KOI The

Kamu